จัดการร้าน

เปิด COD ดีไหม และอะไรไม่เหมาะกับเก็บเงินปลายทาง

ชั่งข้อดี ข้อควรระวัง และเลือกใช้ COD ให้เหมาะกับสินค้า

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ คำถามที่มักเกิดขึ้นก่อนเริ่มขายของคือ “ควรเปิด COD ไหม?” หรือ “เก็บเงินปลายทางดีหรือเปล่า?”

COD หรือ Cash on Delivery คือการที่ลูกค้าสั่งสินค้าโดยยังไม่ต้องชำระเงินล่วงหน้า และชำระเงินเมื่อได้รับพัสดุจากบริษัทขนส่ง วิธีนี้ช่วยลดความกังวลของลูกค้า โดยเฉพาะร้านค้าที่เพิ่งเริ่มขายและยังไม่มีรีวิวจำนวนมาก เพราะลูกค้าไม่จำเป็นต้องโอนเงินให้ร้านก่อน

แต่ในมุมของคนขาย COD ไม่ได้มีแต่ข้อดี เพราะเมื่อร้านส่งสินค้าออกไปแล้ว ยังไม่มีการรับประกันว่าลูกค้าจะรับสินค้าและชำระเงิน หากลูกค้าปฏิเสธรับ พัสดุอาจถูกส่งกลับ และร้านอาจต้องรับภาระต้นทุนที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ยอดขายกลับมา

ดังนั้นก่อนเปิด COD ลองมาดูกันว่า สินค้าแบบไหนเหมาะกับ COD และสินค้าแบบไหนควรคิดให้รอบคอบ

COD มีข้อดีอะไรสำหรับร้านค้า?

ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือช่วยลดกำแพงในการตัดสินใจซื้อ

ลูกค้าบางคนยังไม่มั่นใจว่าร้านค้ามีตัวตนจริงหรือไม่ สินค้าจะตรงกับรูปหรือเปล่า หรือกลัวโอนเงินไปแล้วไม่ได้รับสินค้า การมี COD ทำให้ลูกค้ารู้สึกปลอดภัยมากขึ้น และอาจช่วยให้ร้านใหม่ปิดการขายได้ง่ายขึ้น

นอกจากนี้ COD ยังเหมาะกับลูกค้าที่ไม่สะดวกชำระเงินออนไลน์ หรือไม่ต้องการโอนเงินก่อนรับสินค้า

อย่างไรก็ตาม ร้านค้าควรคิดต้นทุนของบริการ COD เข้าไปด้วย เพราะผู้ให้บริการขนส่งมักมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับการเก็บเงินปลายทาง ตัวอย่างเช่น ไปรษณีย์ไทยระบุค่าธรรมเนียม COD ตามเงื่อนไขของบริการและระดับสมาชิก ดังนั้นควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันกับผู้ให้บริการก่อนตั้งราคาสินค้า

ข้อเสียของ COD ที่คนขายต้องรู้

1. ลูกค้าไม่รับของ

นี่คือความเสี่ยงสำคัญที่สุดของ COD

ลูกค้าอาจเปลี่ยนใจ ไม่อยู่บ้าน ไม่มีเงินในวันที่ขนส่งไปถึง ติดต่อไม่ได้ หรือสั่งสินค้าไว้แล้วไม่ได้เตรียมรับสินค้า เมื่อเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ พัสดุอาจถูกส่งกลับมายังร้าน

นอกจากไม่ได้ยอดขายแล้ว ร้านยังอาจเสียทั้งต้นทุนกล่อง วัสดุแพคสินค้า เวลาในการเตรียมของ และค่าใช้จ่ายในการขนส่ง ทั้งนี้รายละเอียดเรื่องค่าขนส่งสินค้าตีกลับขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย

2. เงินไม่ได้เข้าทันที

การขายแบบโอนเงิน ร้านได้รับเงินก่อนส่งสินค้า แต่ COD คือร้านต้องส่งสินค้าออกไปก่อนแล้วจึงได้รับเงินตามรอบการโอนของบริษัทขนส่ง

สำหรับร้านที่มีเงินหมุนไม่มาก เรื่องนี้อาจกลายเป็นปัญหาได้ เพราะเงินที่อยู่ระหว่างรอเคลียร์ COD ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซื้อสินค้าใหม่หรือหมุนธุรกิจได้ทันที

3. มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

การใช้บริการ COD มีค่าธรรมเนียมที่ร้านค้าต้องนำมาคำนวณเป็นต้นทุน เช่น บางผู้ให้บริการคิดค่าธรรมเนียมเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดที่เรียกเก็บ ดังนั้นสินค้าที่มีกำไรต่อชิ้นน้อยอาจได้รับผลกระทบจากค่าธรรมเนียมมากกว่าสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง

แล้วสินค้าแบบไหน “ไม่เหมาะ” กับ COD?

1. ของสดและอาหารที่เสียเร็ว

สินค้าประเภทอาหารสด ผลไม้สด ผักสด ขนมสด หรืออาหารที่มีอายุการเก็บสั้น เป็นกลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ

ลองนึกภาพว่าเราส่งมะม่วงไปให้ลูกค้า แต่ลูกค้าไม่รับของ

พัสดุอาจต้องเดินทางกลับมายังร้านอีกครั้ง ระยะเวลาที่เพิ่มขึ้นหมายถึงสินค้าอาจสุกเกินไป ช้ำ หรือเสื่อมคุณภาพจนไม่สามารถนำกลับมาขายให้ลูกค้าคนอื่นได้

ยิ่งสินค้าที่ต้องควบคุมอุณหภูมิ การตีกลับยิ่งมีความเสี่ยงสูง

ดังนั้นถ้าขาย ผลไม้สด อาหารสด หรือสินค้าที่มีอายุสั้น การให้ลูกค้าโอนเงินก่อน หรือเก็บมัดจำบางส่วน อาจช่วยลดความเสี่ยงได้มากกว่า

2. สินค้าที่ทำตามออเดอร์

สินค้าประเภท Made-to-order หรือสินค้าที่ผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับลูกค้าแต่ละรายไม่เหมาะกับ COD เท่าไรนัก

เพราะเมื่อร้านเริ่มผลิตแล้ว ต้นทุนเกิดขึ้นทันที แต่ถ้าลูกค้าเปลี่ยนใจและไม่รับสินค้า ร้านอาจไม่สามารถนำสินค้านั้นไปขายต่อให้คนอื่นได้

ตัวอย่างเช่น เคสโทรศัพท์สั่งทำชื่อเฉพาะ เสื้อสกรีนตามแบบ ป้ายชื่อ ของขวัญสั่งทำ หรือสินค้าที่ลูกค้าเลือกสีและรายละเอียดเฉพาะตัว

สินค้ากลุ่มนี้ควร ชำระเงินล่วงหน้า หรือเก็บมัดจำก่อนผลิต

3. สินค้าราคาสูงและต้นทุนต่อชิ้นสูง

สินค้าที่มีราคาหลายพันบาทขึ้นไปไม่ได้แปลว่าเปิด COD ไม่ได้ แต่ควรเพิ่มขั้นตอนคัดกรองลูกค้า

เพราะหากลูกค้าไม่รับสินค้า ร้านจะมีเงินทุนก้อนใหญ่ค้างอยู่กับสินค้า รวมถึงต้องเสียต้นทุนในการจัดส่งและจัดการพัสดุ

สำหรับสินค้าราคาสูง อาจเลือกใช้วิธี โอนเงินเต็มจำนวน หรือเก็บมัดจำก่อนแล้วให้ส่วนที่เหลือเป็น COD เพื่อลดความเสี่ยง

4. สินค้าที่มีขนาดใหญ่หรือค่าขนส่งสูง

สินค้าขนาดใหญ่ เฟอร์นิเจอร์ อุปกรณ์ต่าง ๆ หรือสินค้าที่มีค่าขนส่งสูง ควรคิดเรื่อง COD ให้ละเอียด

เพราะถ้าลูกค้าไม่รับของ ต้นทุนที่ร้านเสียไปอาจสูงกว่าสินค้าทั่วไปหลายเท่า

ยิ่งถ้าต้องใช้รถเฉพาะทางหรือมีค่าขนส่งไป-กลับสูง การรับ COD โดยไม่คัดกรองลูกค้าอาจทำให้ยอดขายที่ดูเหมือนเพิ่มขึ้น กลายเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแทน

5. สินค้าที่แตกหักหรือเสียหายง่าย

แก้ว เซรามิก ของตกแต่ง ของสะสม หรือสินค้าที่ต้องแพคอย่างระมัดระวัง หากถูกตีกลับอาจต้องผ่านการขนส่งเพิ่มอีกหนึ่งรอบ

นั่นหมายถึงความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น

หากสินค้าเสียหายจากการตีกลับ ร้านอาจต้องรับภาระทั้งต้นทุนสินค้าและต้นทุนการจัดส่ง โดยไม่ได้รับเงินจากลูกค้า

แล้วสินค้าแบบไหนเหมาะกับ COD?

โดยทั่วไป COD จะเหมาะกับสินค้าที่มีคุณสมบัติประมาณนี้

ตัวอย่างเช่น เสื้อผ้าทั่วไป ของใช้ในบ้าน อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เครื่องเขียน หรือสินค้าอุปโภคบางประเภท

สินค้ากลุ่มนี้แม้จะมีความเสี่ยงจาก COD แต่หากลูกค้าไม่รับของ ร้านยังสามารถนำสินค้ากลับเข้าสต็อกและขายต่อได้

ถ้าอยากเปิด COD แต่ไม่อยากเสี่ยง ทำอย่างไร?

ไม่จำเป็นต้องเลือกว่าจะ “เปิดทั้งหมด” หรือ “ปิดทั้งหมด” ร้านสามารถกำหนดเงื่อนไขของตัวเองได้

1. เปิด COD เฉพาะสินค้าที่เหมาะสม

สินค้าที่เสียหายง่ายหรือผลิตตามออเดอร์อาจกำหนดให้ชำระเงินล่วงหน้า ส่วนสินค้าทั่วไปเปิด COD ได้

2. ให้ลูกค้ามัดจำก่อน

สำหรับสินค้าราคาสูงหรือมีต้นทุนเตรียมสินค้า อาจให้ลูกค้าชำระเงินบางส่วนก่อน แล้วจ่ายส่วนที่เหลือผ่าน COD

วิธีนี้ช่วยให้ร้านมีหลักประกันบางส่วน และช่วยกรองออเดอร์ที่ลูกค้าไม่ได้ตั้งใจซื้อจริง

3. ยืนยันออเดอร์ก่อนส่ง

ก่อนนำพัสดุ COD ไปส่ง ร้านสามารถติดต่อยืนยันกับลูกค้าอีกครั้ง โดยเฉพาะออเดอร์ที่มีมูลค่าสูง

วิธีง่าย ๆ คือส่งข้อความว่า

“ขอยืนยันออเดอร์ COD ก่อนจัดส่งนะคะ ลูกค้ายังต้องการรับสินค้าตามรายการนี้อยู่ไหมคะ?”

เพียงเพิ่มขั้นตอนนี้ก็ช่วยลดปัญหาการสั่งเล่นหรือการเปลี่ยนใจหลังร้านส่งสินค้าออกไปได้

4. คำนวณต้นทุน COD ให้ครบ

อย่าดูแค่ราคาสินค้าและค่าขนส่ง

ควรคำนวณรวมทั้ง ค่าธรรมเนียม COD + ค่าวัสดุแพค + ค่าแรง + ความเสี่ยงสินค้าตีกลับ + สินค้าเสียหาย เพื่อดูว่าจริง ๆ แล้วกำไรต่อออเดอร์เหลือเท่าไร

สรุป: เปิด COD ดีไหม?

คำตอบคือ เปิดได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเปิดกับทุกสินค้า

COD เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มความมั่นใจให้ลูกค้า โดยเฉพาะร้านใหม่หรือร้านที่ต้องการให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น แต่ในขณะเดียวกันร้านค้าต้องรับความเสี่ยงเรื่องลูกค้าไม่รับสินค้า เงินที่ได้รับช้าลง และต้นทุนจากการตีกลับ

หลักง่าย ๆ คือ

สินค้าที่ไม่เสีย ไม่หมดอายุ และนำกลับมาขายใหม่ได้ → COD ค่อนข้างเหมาะ

สินค้าที่เสียเร็ว ผลิตเฉพาะออเดอร์ หรือมีต้นทุนสูง → ควรระวัง COD

ดังนั้นก่อนกดเปิด COD ลองถามตัวเองง่าย ๆ ว่า

“ถ้าลูกค้าสั่งแล้วไม่รับของ เราสามารถนำสินค้าชิ้นนี้กลับมาขายให้คนอื่นได้ไหม?”

ถ้าคำตอบคือ “ได้” ความเสี่ยงจาก COD อาจอยู่ในระดับที่รับได้

แต่ถ้าคำตอบคือ “ไม่ได้” การให้ลูกค้าชำระเงินก่อน หรือเก็บมัดจำบางส่วน อาจเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าสำหรับร้านค้า