หลายคนเริ่มขายของจากที่บ้านแบบเล็ก ๆ ก่อน
มีห้องหนึ่งในบ้านไว้เก็บสินค้า
มีโต๊ะไว้แพคของ
ลูกค้าสั่งผ่าน Facebook, TikTok, LINE หรือเว็บไซต์
พอขายไปเรื่อย ๆ เริ่มมีลูกค้าประจำ ก็เริ่มสงสัยว่า
“แบบนี้ต้องจดทะเบียนการค้าหรือยัง?”
และถ้าต้องจด ขายของที่บ้านต้องไปจดที่ไหน? กรุงเทพกับต่างจังหวัดเหมือนกันไหม?
คำตอบคือ ถ้ากิจการของเราเข้าข่ายพาณิชยกิจที่กฎหมายกำหนดให้ต้องจดทะเบียน ก็สามารถใช้ บ้านเป็นสถานประกอบการ ได้ ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านใหญ่โต
แต่สถานที่ที่ใช้ยื่นจดทะเบียนจะขึ้นอยู่กับว่า บ้านหรือสำนักงานแห่งใหญ่ของกิจการตั้งอยู่ที่ไหน
จดทะเบียนการค้า หรือ “จดทะเบียนพาณิชย์” กันแน่?
ที่คนทั่วไปเรียกว่า จดทะเบียนการค้า ปัจจุบันเอกสารราชการจะใช้คำว่า “จดทะเบียนพาณิชย์”
การจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้หมายความว่าเราต้องตั้งบริษัท
ถ้าขายของในชื่อของตัวเอง ก็สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ในฐานะ บุคคลธรรมดา ได้
ตัวอย่างเช่น
นางสาวเอ เปิดร้านขายเสื้อผ้าที่บ้าน
รับออเดอร์ผ่าน Facebook และ TikTok
เก็บสินค้าและแพคของส่งลูกค้าที่บ้าน
กรณีลักษณะนี้สามารถจดทะเบียนพาณิชย์ในชื่อของผู้ประกอบการได้ โดยต้องดูว่ากิจการเข้าข่ายประเภทที่กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียนหรือไม่
ขายของที่บ้าน ต้องมีหน้าร้านไหม?
ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านแบบร้านค้า
บ้านสามารถใช้เป็น สถานประกอบการแห่งใหญ่ ของกิจการได้ หากมีสถานที่ตั้งที่สามารถระบุได้ชัดเจนและมีเอกสารเกี่ยวกับการใช้สถานที่ตามที่นายทะเบียนกำหนด
ดังนั้นคนที่ขายของออนไลน์จากบ้าน เช่น
- ขายเสื้อผ้า
- ขายเครื่องสำอาง
- ขายของใช้
- ขายอาหารหรือสินค้าบางประเภทที่กฎหมายอนุญาต
- ขายสินค้าผ่านเว็บไซต์
- ขายผ่าน Facebook หรือช่องทางออนไลน์อื่น ๆ
ไม่ได้แปลว่าไม่มีหน้าร้านแล้วจะจดทะเบียนพาณิชย์ไม่ได้
หัวใจสำคัญคือ ต้องดูประเภทกิจการและสถานที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหญ่
สำหรับการขายสินค้าออนไลน์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วย โดยการซื้อขายผ่านเว็บไซต์หรือ Social Media ที่เป็นการทำการค้าตามปกติอยู่ในหลักเกณฑ์ที่ต้องพิจารณาจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เช่นกัน
ถ้าอยู่กรุงเทพฯ ต้องไปจดที่ไหน?
สำหรับคนที่ บ้านหรือสถานประกอบการแห่งใหญ่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร
สามารถยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่
1. สำนักงานเขต
ให้ไปที่ ฝ่ายปกครองของสำนักงานเขต ที่บ้านหรือสถานประกอบการตั้งอยู่
ตัวอย่างเช่น
บ้านอยู่เขตลาดกระบัง
→ ติดต่อสำนักงานเขตลาดกระบัง
บ้านอยู่เขตบางเขน
→ ติดต่อสำนักงานเขตบางเขน
กรุงเทพมหานครมีสำนักงานเขตทั้งหมด 50 เขต และสำนักงานเขตแต่ละแห่งมีหน้าที่รับจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่รับผิดชอบของเขตนั้น
2. สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กรุงเทพมหานคร
อีกช่องทางหนึ่งคือ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักการคลัง กรุงเทพมหานคร ซึ่งรับจดทะเบียนพาณิชย์สำหรับสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครเช่นกัน
ข้อมูลจากกรุงเทพมหานครระบุช่องทางติดต่อสำนักงานเศรษฐกิจการคลังไว้ที่ 02-224-1916 และ 02-225-1945
นอกจากนี้ กรุงเทพมหานครยังมีระบบ BMA OSS สำหรับบริการภาครัฐออนไลน์บางประเภท และมีข้อมูลบริการเกี่ยวกับทะเบียนพาณิชย์ผ่านระบบดังกล่าวด้วย
ถ้าอยู่ต่างจังหวัด ต้องไปจดที่ไหน?
ตรงนี้หลายคนเข้าใจผิดว่า ต้องไปกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) จังหวัดนั้น ๆ
จริง ๆ แล้วโดยหลัก ไม่ได้ไป DBD จังหวัดเพื่อจดทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป
ให้ดูว่า บ้านหรือสถานประกอบการตั้งอยู่ในเขตการปกครองของหน่วยงานท้องถิ่นไหน
โดยทั่วไปจะติดต่อที่
- เทศบาล
- องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
- เมืองพัทยา กรณีอยู่ในพื้นที่เมืองพัทยา
กฎหมายกำหนดให้สำนักงานทะเบียนพาณิชย์ในพื้นที่รับจดทะเบียนตามที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหญ่ และระบบทะเบียนพาณิชย์มีสำนักงานทะเบียนพาณิชย์ของเทศบาลและ อบต. สำหรับพื้นที่ที่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานเหล่านั้น
ตัวอย่าง
ถ้าบ้านอยู่จังหวัดเชียงราย
บ้านอยู่ในเขตเทศบาล
→ ติดต่อเทศบาลที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น
ถ้าบ้านอยู่นอกเขตเทศบาลและอยู่ในพื้นที่ อบต.
→ ติดต่อ อบต. ที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น
ถ้าอยู่เมืองพัทยา
→ ติดต่อเมืองพัทยา
ดังนั้น ไม่ใช่แค่รู้ว่าตัวเองอยู่จังหวัดอะไร แต่ต้องรู้ด้วยว่าที่ตั้งบ้านอยู่ในเขตเทศบาลหรือ อบต. ไหน
เอกสารที่ต้องเตรียม มีอะไรบ้าง?
สำหรับการจดทะเบียนพาณิชย์ในฐานะ บุคคลธรรมดา เอกสารหลัก ๆ ที่ควรเตรียม ได้แก่
เอกสารพื้นฐาน
- แบบคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ (แบบ ทพ.)
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประกอบการ
- สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประกอบการ
- เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่
กรณีใช้บ้านของตัวเองเป็นสถานประกอบการ เอกสารเกี่ยวกับสถานที่อาจแตกต่างกันตามข้อเท็จจริงและหน่วยงาน เช่น หลักฐานแสดงสิทธิในสถานที่
ถ้า บ้านไม่ใช่ของเรา เช่น เช่าบ้าน หรือใช้บ้านพ่อแม่ อาจต้องมี
- สัญญาเช่า หรือ
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่
- สำเนาบัตรประชาชนของเจ้าของสถานที่
- สำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของสถานที่
สำนักงานเขตกรุงเทพมหานครระบุเอกสารเกี่ยวกับสถานที่และหนังสือยินยอม/สัญญาเช่าไว้สำหรับกรณีดังกล่าว
ถ้าให้คนอื่นไปทำแทน
ต้องเตรียม
- หนังสือมอบอำนาจ
- อากรแสตมป์ตามที่กำหนด
- สำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบอำนาจ
เอกสารที่ใช้จริงอาจแตกต่างกันเล็กน้อยตามลักษณะกิจการและพื้นที่ ดังนั้นถ้าไม่แน่ใจ โทรถามสำนักงานที่จะไปยื่นก่อน จะดีที่สุด
จดทะเบียนพาณิชย์กี่บาท?
ค่าธรรมเนียม จดทะเบียนพาณิชย์ตั้งใหม่ 50 บาท
ส่วนการทำรายการอื่น ๆ เช่น เปลี่ยนแปลงรายการหรือยกเลิก จะมีค่าธรรมเนียมตามประเภทของรายการ
เรียกได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สูงเลย
สิ่งที่ควรระวังมากกว่าค่าธรรมเนียม คือ การเตรียมเอกสารไม่ครบแล้วต้องเสียเวลาไปหลายรอบ
ต้องจดภายในกี่วัน?
โดยหลักต้องยื่นคำขอจดทะเบียนพาณิชย์ ภายใน 30 วันนับแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการ สำหรับกิจการที่อยู่ในประเภทที่กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน
เพราะฉะนั้นไม่ควรรอจนขายมาหลายปีแล้วค่อยคิดว่า
“เดี๋ยวค่อยไปจดก็ได้”
ถ้ากิจการเข้าข่ายต้องจดทะเบียน ก็ควรดำเนินการให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น
แล้วถ้าขายของออนไลน์ล่ะ?
อันนี้ต้องแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
การขายผ่าน
- TikTok
- LINE
- เว็บไซต์
- Marketplace
ไม่ได้ทำให้กิจการกลายเป็น “ไม่ต้องจดทะเบียน” โดยอัตโนมัติ
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีแนวทางว่าการซื้อขายสินค้า/บริการผ่านอินเทอร์เน็ต รวมถึงการซื้อขายผ่าน Social Media ที่ทำการค้าเป็นปกติ เข้าข่ายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ดังนั้นคนที่ขายของจากบ้านและขายผ่านออนไลน์ ควรเช็กทั้ง
“กิจการของฉันต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่?”
และ
“ต้องจดในลักษณะพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยหรือไม่?”
อย่าใช้แค่คำว่า “ขายออนไลน์” แล้วสรุปเองว่าไม่ต้องจด
สรุปง่าย ๆ กรุงเทพฯ กับต่างจังหวัด
| อยู่ที่ไหน | ติดต่อที่ไหน |
| กรุงเทพมหานคร | สำนักงานเขตที่สถานประกอบการตั้งอยู่ |
| กรุงเทพมหานคร | สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กทม. |
| ต่างจังหวัดในเขตเทศบาล | เทศบาลที่รับผิดชอบพื้นที่ |
| ต่างจังหวัดนอกเขตเทศบาล | อบต. ที่รับผิดชอบพื้นที่ |
| เมืองพัทยา | เมืองพัทยา |
หลักสำคัญคือ จดทะเบียนตามที่ตั้งของสำนักงานแห่งใหญ่ ไม่ใช่เลือกสำนักงานที่ไหนก็ได้ตามความสะดวก
ก่อนออกจากบ้าน เช็ก 5 อย่างนี้ก่อน
ถ้าจะไปจดทะเบียนพาณิชย์พรุ่งนี้ แนะนำให้เตรียมแบบนี้
1. บัตรประชาชน
2. ทะเบียนบ้าน
3. เอกสารเกี่ยวกับสถานที่ตั้งบ้าน/ร้าน
4. ถ้าบ้านไม่ใช่ของตัวเอง เตรียมหนังสือยินยอมจากเจ้าของบ้าน
5. โทรถามหน่วยงานที่จะไปก่อน
โดยเฉพาะคนที่ขายของออนไลน์ เพราะรายละเอียดเอกสารอาจเพิ่มขึ้นตามประเภทกิจการและลักษณะการขาย
จดทะเบียนพาณิชย์แล้ว ไม่ได้แปลว่า “จบเรื่องภาษี”
อันนี้สำคัญมาก
จดทะเบียนพาณิชย์ ≠ จดบริษัท ≠ เสียภาษีแบบเดียวกันทุกคน
การจดทะเบียนพาณิชย์เป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องภาษีเงินได้ การยื่นแบบ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ๆ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ดังนั้นคนที่ขายของจากบ้านควรแยกให้ออกว่า
ทะเบียนพาณิชย์ = แจ้งการประกอบพาณิชยกิจ
ภาษี = หน้าที่ทางภาษีของผู้มีรายได้
สองเรื่องนี้เกี่ยวข้องกัน แต่ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน
ถ้าขายของที่บ้าน เริ่มต้นยังไงดี?
ถ้าเพิ่งเริ่มขายและอยากทำให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ลำดับง่าย ๆ คือ
1. เช็กก่อนว่ากิจการของเราต้องจดทะเบียนพาณิชย์หรือไม่
↓
2. กำหนดสถานประกอบการแห่งใหญ่
ถ้าขายจากบ้าน ก็ใช้บ้านเป็นสถานประกอบการได้ตามหลักเกณฑ์
↓
3. เตรียมเอกสารเจ้าของกิจการและเอกสารสถานที่
↓
4. ติดต่อสำนักงานเขต / เทศบาล / อบต. ตามพื้นที่
↓
5. จดทะเบียนพาณิชย์
↓
6. จัดระบบบัญชีและเอกสารการขายตั้งแต่แรก
ข้อสุดท้ายนี่สำคัญมากสำหรับคนขายออนไลน์ เพราะยิ่งขายนาน จำนวนออเดอร์ยิ่งเยอะ ถ้าปล่อยให้เอกสารกระจัดกระจายตั้งแต่แรก วันหนึ่งต้องมานั่งรวบรวมย้อนหลังจะเหนื่อยกว่าการจัดระบบตั้งแต่ต้นมาก
สรุป
ขายของที่บ้านก็จดทะเบียนพาณิชย์ได้
ไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านใหญ่ และไม่จำเป็นต้องตั้งบริษัทก่อน
ถ้าอยู่ กรุงเทพฯ ให้ติดต่อสำนักงานเขตที่บ้านหรือสถานประกอบการตั้งอยู่ หรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กทม.
ถ้าอยู่ ต่างจังหวัด ให้ติดต่อเทศบาลหรือ อบต. ที่รับผิดชอบพื้นที่ของสถานประกอบการ และถ้าอยู่เมืองพัทยาให้ติดต่อเมืองพัทยา
ค่าจดทะเบียนตั้งใหม่โดยทั่วไป 50 บาท และกิจการที่เข้าข่ายต้องจดควรยื่นภายใน 30 วันนับจากวันที่เริ่มประกอบกิจการ
และสำหรับคนขายออนไลน์ อย่าลืมเช็กเรื่อง ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ เพิ่มเติมด้วย เพราะการขายผ่านเว็บไซต์หรือ Social Media อาจเข้าหลักเกณฑ์ดังกล่าว
แหล่งข้อมูล: กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และกรุงเทพมหานคร